25 สิงหาคม 2562 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำของประเทศรัสเซียเริ่มออกเดินทางข้ามอาร์กติกแล้ว

ที่มา: https://www.bbc.com/thai/international-49445973
สำนักงานนิวเคลียร์ Rosenergoatom ระบุว่าการเดินทางของอะคาเดมิก โลโมโนซอฟ จะช่วยให้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล หนึ่งในเป้าหมายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ คือ การให้พลังงานที่เหมืองคาวน์-บีลีบิน (Chaun-Bilibin) ในชูคอตกา ซึ่งมีการทำเหมืองทองที่นั่นด้วย กรีนพีซ เห็นว่า การล่องในทะเลที่มีสภาพอากาศเลวร้ายทำให้โครงการนี้มีความเสี่ยงสูง ผู้ไม่เห็นด้วยรวมถึงกรีนพีซได้อ้างถึงอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในประเทศรัสเซียและสมัยที่เป็นโซเวียต ทั้งยังเตือนว่าภารกิจของอะคาเดมิก โลโมโนซอฟ เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมลพิษในอาร์กติก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อยู่ห่างไกลและมีประชากรเบาบาง ไม่มีสถานที่ขนาดใหญ่ในการกำจัดมลพิษต่าง ๆ การเดินทางของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำของประเทศรัสเซียเกิดขึ้นเพียง 2 สัปดาห์ หลังจากที่เครื่องยนต์พลังงานนิวเคลียร์ระเบิดที่ฐานทดสอบทางทะเลของประเทศรัสเซียในอาร์กติก ทำให้มีวิศวกรนิวเคลียร์เสียชีวิต 5 คน และปล่อยสารกัมมันตรังสีออกมา แต่ยังเทียบไม่ได้กับความรุนแรงของภัยพิบัติเชอร์โนบิลในปี 1986 เชื้อเพลิงกัมมันตรังสีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำจะถูกเก็บไว้ภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกันอีกหลายลำจะถูกนำไปให้พลังงานในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลอื่น ๆ ต่อไป อะคาเดมิก โลโมโนซอฟ จะเดินทางไปให้พลังงานไฟฟ้าแก่แท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งในน่านน้ำของประเทศรัสเซียในมหาสมุทรอาร์กติกด้วย นอกจากนี้ยังมีอีกแนวคิดหนึ่งคือ การใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำนี้ไปให้พลังงานแก่โรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเล เพื่อผลิตน้ำจืด และในอนาคตประเทศที่เป็นเกาะต่าง ๆ อาจได้ใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำเช่นนี้ เส้นทางทะเลเหนือซึ่งเชื่อมระหว่างประเทศรัสเซียฝั่งตะวันตกกับท่าเรือในฝั่งตะวันออกไกลของประเทศรัสเซีย เป็นเส้นทางที่สามารถใช้เดินเรือได้ยาวนานขึ้น เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นของโลก ทำให้ทะเลที่เย็นจนเป็นน้ำแข็งลดลง เรือชักจูง 3 ลำ จะลากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำไปยังเมืองเพอเวียก (Pevek) ซึ่งคาดว่าจะเดินทางไปถึงในช่วงปลายเดือน ก.ย. นี้ โดยในช่วงที่สภาพอากาศเป็นใจ มันจะล่องไปได้ด้วยความเร็ว 4-5 น็อต (7-9 กม. ต่อชั่วโมง) โรงไฟฟ้าลอยน้ำนี้ถูกสร้างขึ้นในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เคยใช้ในเรือตัดน้ำแข็งของรัสเซีย 2 เตา คือ เตาปฏิกรณ์ KLT-40S ซึ่งมีขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้ารวมกันได้ 80 เมกกะวัตต์ และมีรายงานว่ารองรับคลื่นยักษ์สึนามิได้ รายการ Vesti ซึ่งเป็นรายการข่าวของรัสเซีย ระบุว่าโรงไฟฟ้าลอยน้ำนี้ จะมีพลังงานเพียงพอใจการให้แสงสว่างและให้ความอบอุ่นแก่เมืองที่มีผู้อยู่อาศัยราว 100,000 คน มันมีความยาว 140 เมตร กว้าง 30 เมตร และคาดว่าจะใช้งานได้นาน 40 ปี ในช่วงปี 1968-1976 กองทัพสหรัฐฯ เคยใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำที่ชื่อว่า MH-1A Sturgis ที่คลองปานามา เพื่อให้พลังงานในการปฏิบัติการของคลอง ต่อมาได้ถูกดัดแปลงไปเป็นเรือขนส่งสินค้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกปลดประจำการไป